เรียนมัธยมที่นิวซีแลนด์ (STUDY HIGH SCHOOL IN NEW ZEALAND)
  1. ระบบการศึกษาที่นิวซีแลนด์

ประเทศนิวซีแลนด์ ถือได้ว่าเป็นประเทศแห่งการเตรียมความพร้อมทางด้านการศึกษาให้กับนักเรียน มีความยืดหยุ่นในระบบการเรียนการสอน มีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเรียนรู้ อีกทั้ง การปรับนำสิ่งต่างๆรอบตัวที่อยู่ในชีวิตประจำวันมาให้เข้ากับบทเรียน เป็นการเรียนรู้และอ้างอิงจากสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้นักเรียนที่จบจากนิวซีแลนด์ มีความพร้อมในทุกๆด้านที่จะนำความรู้ และวิสัยทัศน์ต่างๆ มาประยุกต์ในสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ

นักเรียนต่างชาติสามารถที่จะเดินทางไปเรียนที่นิวซีแลนด์คนเดียวได้ตั้งแต่อายุ 11 ปีขึ้นไป โดยทางโรงเรียนจะเป็นผู้รับผิดชอบและดูแลน้องๆในการใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ อีกทั้งโฮสแฟมิลี่ที่ทางโรงเรียนจัดหาให้ จะเป็นเสมือนอีกหนึ่งครอบครัวให้กับน้องที่ประเทศนิวซีแลนด์ แต่หากนักเรียนต่างชาติที่มีอายุต่ำกว่า 11 ปี และอยากเดินทางไปเรียนที่ประเทศนิวซีแลนด์ ก็สามารถที่จะไปเรียนได้ โดยผู้ปกครอง (คนใดคนหนึ่ง) จะต้องเดินทางไปพร้อมกับน้องและอาศัยอยู่กับน้องตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นิวซีแลนด์

 

ระบบการศึกษาที่นิวซีแลนด์คร่าวๆ มีดังนี้

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.studywithnewzealand.govt.nz

 
ลักสูตรมัธยมที่นิวซีแลนด์

หลักสูตรการเรียนการสอนมัธยมศึกษาที่ประเทศนิวซีแลนด์ แบ่งเป็น 3 หลักสูตรหลักๆ ดังต่อไปนี้

     1. NCEA หรือ National Certificate of Educational Achievement เป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรสำหรับนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาของประเทศนิวซีแลนด์ เป็นวุฒิมัธยมปลายของประเทศนิวซีแลนด์
NCEA จะมีทั้งหมด 3 ระดับ ได้แก่ Level 1, Level 2, และ Level 3 โดยที่ทั้งหมดจะอยู่ในความดูแลของ NZQA (New Zealand Qualifications) โดยปกตินักเรียนจะได้รับประกาศนียบัตร NCEA Level 1 เมื่อเรียนสำเร็จ Year 11, Level 2 เมื่อเรียนสำเร็จ Year 12 และ Level 3 เมื่อเรียนสำเร็จ Year 13 และมีรายวิชาให้เลือกเรียนกว่า 40 รายวิชา
โดยแต่ละ Level มีการกำหนดจำนวนเครดิตที่ถือว่าผ่าน จัดสอบและตรวจข้อสอบโดย NZQA (New Zealand Qualifications Authority) ดังนี้

NCEA level

คุณสมบัติ

Level 1

      – 80 เครดิต โดยจะมาจากการสอบในรายวิชาของ Level ใดก็ได้

      – ในจำนวนนี้จะต้องเป็นเครดิตที่ “เกี่ยวกับการคำนวณ (Numeracy)” 10 เครดิต และ เกี่ยวกับภาษา (Literacy)” 10 เครดิต เป็นอย่างน้อย

        Level 2

      – 80 เครดิต โดยมี 60 เครดิต มาจากการสอบในรายวิชาของ Level 2 หรือสูงกว่าก็ได้ และอีก 20 เครดิตนั้นจะมาจากการสอบใน Level ใดก็ได้

      – มีเครดิตในรายวิชาที่เกี่ยวกับการคำนวณ (Numeracy)และเกี่ยวกับภาษา(Literacy)เป็นไปตาม Level 1

       Level 3

      – 80 เครดิต โดยมี 60 เครดิต มาจากการสอบในรายวิชาของ Level 3 หรือสูงกว่าก็ได้ และอีก 20 เครดิตนั้นจะมาจากการสอบใน Level 2 หรือสูงกว่า

      – มีเครดิตในรายวิชาที่เกี่ยวกับการคำนวณ (Numeracy)และเกี่ยวกับภาษา (Literacy)เป็นไปตาม Level 1

 แต่ละเครดิตที่สอบ สามารถจำแนกเกรดที่นักเรียนมีสิทธิ์จะได้ออกเป็น 5 แบบดังนี้
N = ไม่ผ่าน (Not Achieved)
A = ผ่าน (Achieved)
M = ผ่านด้วยคะแนนดี (Merit)
E = ผ่านด้วยคะแนนดีเยี่ยม (Excellence)
ข้อสอบเป็นแบบเขียนตอบหรือไม่ก็เติมคำ หากคะแนนไม่เป็นไปตามที่กำหนดก็สามารถได้ผลเป็น สอบตก ไม่ได้รับประกาศนียบัตรได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องขยันและเข้าเรียนอย่างสม่ำเสมอ
นักเรียนจะได้รับการทดสอบหรือประเมินสองลักษณะ ทั้งที่เป็นการประเมินผลภายใน (Internal Assessment) ตามที่แต่ละโรงเรียนจะกำหนดและให้คะแนน และที่เป็นการประเมินผลภายนอก (External Assessment) ซึ่งเป็นการสอบปลายปีที่ออกข้อสอบและตรวจข้อสอบโดย NZQA
 
2. หลักสูตร IGCSE หรือ The International General Certificate of Secondary Education คือ หลักสูตรการศึกษาของอังกฤษที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
IGCSE ที่นักเรียนต้องเรียนตอนอยู่ Year 10-11

  • A level นั้นต้องเรียนทั้งหมด 2 ปี คือ Year 12-13 เราจึงแบ่งการเรียน A-Level ให้เข้าใจง่ายๆ เป็น 2 ระดับ ได้แก่
  • AS Examination (Advanced Subsidiary) โดยทั่วไปคือการเรียนในช่วง Year 12 เกรดที่จะได้ ได้แก่ A,B,C,D,E โดยนักเรียนจะต้องเลือกเรียน 4 วิชาเกรดที่ได้ถือว่าสอบผ่านทั้งหมด แต่การสอบผ่านเพียงระดับ AS Level จะถือว่าจบแค่เพียงครึ่งเดียว หรือครึ่งเครดิตของหลักสูตร A Level เท่านั้น
  •  A2 Examination โดยทั่วไปคือการเรียนในช่วง Year 13

 ซึ่งเกรดที่จะได้นั้นมากสุดคือ A*,แล้วไล่มาที่ A,B,C,D,E ตามลำดับ โดยนักเรียนจะเลือกเรียนทั้งหมด 3-4 วิชา
เนื้อหาของ As และ A2 นั้นมีความต่อเนื่องกัน เช่นเลือกเรียนวิชา Physics ในพาร์ทของ AS นั้นเทียบได้ว่าเป็น Physics บทที่ 1-2 พอขึ้น Year 13 นั้นก็เริ่มเรียนพาร์ท 3-4 ต่อไป
**จะเรียน A-Level ได้นั้นต้องผ่านการสอบ IGCSE ที่มีวิชาบังคับ ใน Year 10-11 มาก่อน
* มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในไทยมีข้อกำหนดว่าจะต้องใช้คะแนน IGCSE 5 ตัว และ A Level 3 ตัว จึงจะยื่นเทียบวุฒิการศึกษา ระดับ ม.6 ได้
เป็นที่รู้กันว่าการยื่นคะแนน A-Level เข้ามหาวิทยาลัยในอังกฤษและเครือจักรภพนั้นเป็นที่นิยม แต่หากนักเรียนสนใจจะยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในอเมริกา หรือยุโรป แค่เพียงคะแนน A-Level อาจจะไม่เพียงพอ เพราะเกณฑ์การรับเข้านั้นต่างกัน นักเรียน อาจจะต้องสอบ SAT หรือ ACT ควบคู่ไปด้วยค่ะ

 

 IGCSE มีทั้งหมดกี่วิชา?
หลักสูตร IGCSE นั้นมีวิชาให้เลือกเรียน 70 วิชา IGCSE ใน 6 กลุ่มนั้นประกอบด้วยวิชาเรียนดังต่อไปนี้
1. English Language and Literature (ทักษะภาษาอังกฤษ)
2. Mathematics (คณิตศาสตร์)
3. Science (วิทยาศาสตร์) เช่น  Physics, Chemistry, Biology
4. Humanities and Social Science (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) – Economics, Geography, History
5. Languages (ภาษาศาสตร์) เช่น  Thai, Chinese, Japanese, French
6. Creative and Professional (ทักษะวิชาชีพ) – Accounting, Computer Science, Music, Art and Design
เลือกเรียนวิชา IGCSE อย่างไรดี?
โรงเรียนโดยส่วนใหญ่แล้วต้องการให้นักเรียนเลือกเรียนวิชา IGCSE อย่างน้อย 5 – 6 วิชา ซึ่งรวมไปถึงวิชาบังคับ 3 วิชาอย่าง  English, Science และ Mathematics ที่ถือว่าเป็น Core Subjects หลังจากนั้นนักเรียนจึงเลือกเรียนในวิชาอื่นๆที่อยู่ในความสนใจ เช่น arts, humanities หรือ sports
การเลือกวิชา IGCSE นั้นนักเรียนจะต้องคำนึงถึงอนาคตว่าต้องการจะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในสาขาอะไร และยังรวมไปถึงวิชาในระดับ Pre-University อย่าง A-Level หรือ IB Diploma ก็ต้องนำมาเป็นปัจจัยในการเลือกเรียนให้ถูกต้องควรตรวจสอบ requirements ของหลักสูตรที่สนใจจะเรียนต่อ แล้วนำมาเป็นตัวช่วยในการเลือกเรียนวิชา IGCSE
การประเมินผล
การประเมินผล Cambridge IGCSE จัดขึ้นเมื่อจบหลักสูตร ซึ่งทำการประเมินทั้งการเขียน การพูด งานในวิชา และการประเมินผลการใช้จริง เปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงสิ่งที่เรียนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแรก ในหลายวิชานักเรียนสามารถเลือกระหว่างหลักสูตรหลักและหลักสูตรเพิ่มเติม ดังนั้น Cambridge IGCSE จึงเหมาะสำหรับความสามารถที่หลากหลายเราจัดสอบ Cambridge IGCSE ปีละสองครั้ง ในเดือนมิถุนายนและเดือนพฤศจิกายน ผลการสอบจะออกในเดือนสิงหาคมและเดือนมกราคม

Reference:

https://www.cambridgeinternational.org/languages/thai/programmes-qualifications-new/cambridge-igcse/

https://www.ignitebyondemand.com/a-level-ib-ap-international-schools/

 

        2.   หลักสูตร IB หรือ International Baccalaureate Programme คือหลักสูตรที่ประยุกต์และบูรณาการจากระบบการศึกษาต่างๆทั่วโลก เพื่อที่จะให้นักเรียนเอาคะแนนไปยื่นเข้าสอบหรือสมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในระดับนานาชาติ ใช้แพร่หลายมากกว่า 125 ประเทศ โดยจะมีมาตรฐานเดียวกันหมด แบ่งหลักสูตรออกเป็น 3 ระดับคือ
·         Primary Years Program (3-12 ปี)
·         Middle Years Program (11-16 ปี)
·         Diploma Program (16-19 ปี)
ขอโฟกัสที่การยื่นเข้ามหาวิทยาลัยซึ่งเรียกว่า IB diploma โดยวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งหลักสูตรนี้ก็เพื่อให้มีระบบการศึกษาในรูปแบบใหม่ที่เป็นที่ยอมรับเดียวกันจากทั่วโลก ซึ่งเหมาะมากสำหรับเด็กที่ต้องโยกย้ายไปแต่ละประเทศตามพ่อแม่ โดยการเรียน IB diploma นั้นใช้เวลาทั้งหมด 2 ปีค่ะ (2 ปีสุดท้ายก่อนเรียนจบ High school)

วิชาเรียนนั้นบังคับให้เรียนทั้งหมด 6 วิชาจาก 6 กลุ่มความรู้ เพื่อให้นักเรียนนั้นเรียนได้กว้างที่สุด ดังนี้
1. Literature เรียนภาษาและวรรณคดีภาษาอังกฤษ
2. Second Language เช่น ภาษาฝรั่งเศส สเปน เยอรมัน อิตาเลียน
3. Individuals and Societies เช่น จิตวิทยา ปรัชญา เศรษฐศาสตร์ การจัดการและธุรกิจ
4. Experimental Sciences เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา
5. Mathematics and Computer Science เช่น วิธีการทางคณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์ระดับกลางและสูง
6. Arts and Electives เช่น ดนตรี ภาพยนตร์ ละครเวที ทัศนศิลป์

นอกจากนั้นยังมีอีก 3 เงื่อนไขวิชาหลักที่ถ้าไม่ผ่านก็จะถือว่าไม่จบหลักสูตร IB เช่นกัน ซึ่งวิชาเหล่านั้นก็คือ
·         Theory of Knowledge (ToK) ฝึกการคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์เกี่ยวกับมนุษย์และสังคม วัฒนธรรมของตนเองและโลกผ่าน essay 1200-1600 คำ
·         Creativity, Action, Service (CAS) โครงงานกิจกรรมนอกโรงเรียนที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ จิตอาสา เพื่อสังคมต่างๆ
·         Extended Essay (EE) การเขียนเรียงความในหัวข้อที่สนใจ 4,000 คำ
โดยนักเรียนที่ไม่ผ่านเงื่อนไข ทั้ง 3 ข้อนี้จะถือว่าไม่ได้จบ IB Diploma  แต่จะได้ได้เพียง IB Certificate เท่านั้น 
เทอมการศึกษาที่นิวซีแลนด์

Term

Start

Ends

One

 Monday 31 January and Tuesday 8 February

 Thursday 14 April

Two

 Monday 2 May 

 Friday 8 July

Three

 Monday 25 July

 Friday 30 September

Four

 Monday 17 October

 Tuesday20 December

 ปีการศึกษาของประเทศนิวซีแลนด์จะเริ่มต้นในปลายเดือนมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ โดยจะมี 4 เทอมในหนึ่งปี ในหนึ่งเทอมจะเรียนประมาณ 10-11 สัปดาห์ และมีการพัก 2 สัปดาห์ระหว่างภาคเรียน และพักช่วงฤดูร้อน 6 สัปดาห์ในตอนท้ายของปี

·         ภาคเรียนที่ 1 ปลายเดือนมกราคม ถึง กลางเดือนเมษายน (หยุดสองสัปดาห์)

·         ภาคเรียนที่ 2 ต้นพฤษภาคม ถึง ต้นเดือนกรกฎาคม (หยุดสองสัปดาห์)

·         ภาคเรียนที่ 3 ปลายเดือนกรกฎาคม ถึง ปลายเดือนกันยายน (พักสองสัปดาห์)

·         ภาคเรียนที่ 4 กลางเดือนตุลาคม ถึง กลางเดือนธันวาคม (วันหยุดฤดูร้อนหกสัปดาห์)

 

อายุ และ ชั้นปี ในการเรียน

Age                                   New Zealand                                     

5                                          Year 1                                      

6                                          Year 2                                       

7                                          Year 3

8                                          Year 4

9                                          Year 5

10                                        Year 6

11                                         Year 7

12                                        Year 8

13                                        Year 9                       มัธยมศึกษาตอนต้น                    

14                                        Year 10                                    

15                                        Year 11                       มัธยมศึกษาตอนปลาย       

16                                        Year 12                      จบเทียบเท่ามัธยมศึกษาปีที่ 6                

17                                        Year 13 or Foundation studies

18                                        University or Polytechnic

 

การเก็บเครดิตและการจบหลักสูตรมัธยมศึกษาจากนิวซีแลนด์ 
นักเรียนต้องเก็บเครดิตทั้งหมด 80 เครดิตเป็นอย่างน้อย โดยจะต้องมีเครดิตขั้นต่ำ 60 เครดิต มาจากการสอบในรายวิชาของ Year 12 (Level 2) หรือสูงกว่าก็ได้ และอีกขั้นต่ำ 20 เครดิตนั้นจะมาจากการสอบในรายวิชาของ Year 11 (Level 1) หรือสูงกว่า และต้องมีเครดิตในรายวิชาที่เกี่ยวกับการนับ Numeracy 10 เครดิตและเกี่ยวกับภาษา Literacy 10 เครดิต
หมายเหตุ
  • ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการจบหลักสูตรมัธยมศึกษาจากนิวซีแลนด์
โรงเรียนมัธยมที่นิวซีแลนด์
  โรงเรียนที่นิวซีแลนด์แบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ โรงเรียนรัฐ (State School), โรงเรียนเอกชน (Private หรือ Independent School) และโรงเรียนที่เอกชนเป็นเจ้าของสถานที่ แต่รับเงินค่าดำเนินการจากรัฐ ที่เรียกว่า State-Integrated คือกึ่งรัฐบาล-กึ่งเอกชน
 
ระบบการศึกษาของนิวซีแลนด์ แบ่งเป็น 3 ระดับชั้น โดยมี 13 ชั้นปีการศึกษา (Year 1–13) ดังนี้
        – ระดับชั้นประถมศึกษา Primary School (Year 1–6) ในระดับชั้นนี้ จะเน้นให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง สอนโดยครูผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลเด็ก โดยสอดแทรกกิจกรรม รวมถึงปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในการอ่านเขียน และการคำนวณ
     – ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น Middle School (Year 7–10) ในระดับชั้นนี้จะเรียนรู้วิชาเฉพาะเพื่อเตรียมตัวสำหรับ การเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษา
      – ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย Senior College (Year 11–13) หลักสูตรจะเน้นเตรียมพร้อมเสริมสร้างความเชี่ยวชาญ ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของนักเรียน เตรียมความพร้อมที่จะเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา เน้นความเป็นเลิศทางวิชาการโดยจะได้รับใบประกาศนียบัตร National Certificate of Educational Achievement หรือ NCEA เพื่อแสดงถึงความสำเร็จการศึกษา

 

Pastoral Care For International Students

(หลักเกณฑ์การปฏิบัติด้านการศึกษา(เพื่อการดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักเรียนนานาชาติ)
หลักเกณฑ์การปฏิบัติฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของรัฐบาลในด้านการศึกษาระหว่างประเทศ โดยโรงเรียนต้องดำเนินการทุกขั้นตอนที่จำเป็นในการคุ้มครองนักเรียนนานาชาติ และตรวจสอบเท่าที่สามารถทำได้ว่านักเรียนนานาชาติได้รับประสบการณ์ที่ดีที่จะช่วยส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จด้านการศึกษาในประเทศนิวซีแลนด์ได้

รายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.nzqa.govt.nz/assets/Providers-and-partners/Code-of-Practice/2019-Code-translations/code-of-practice-2019-thai.pdf

 

ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุสำหรับนักเรียนต่างชาติ
สิ่งสำคัญที่นักเรียนต่างชาติ พ่อแม่ หรือ ผู้ปกครองจำเป็นต้องทราบ นั่นก็คือ ประกันสุขภาพส่วนใหญ่ในประเทศนิวซีแลนด์ จะไม่ครอบคลุมในการรักษาพยาบาลด้านทันตกรรม

ตามโครงสร้างระบบการดูแลสุขภาพในนิวซีแลนด์กำหนดให้นักเรียนต่างชาติต้องซื้อประกันสุขภาพที่จะทำให้นักเรียนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลผ่านผู้ให้บริการในระบบสาธารณสุขได้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะการรับยาตามใบสั่งแพทย์ หรือการรักษาอาการบาดเจ็บทั้งด้านจิตใจและร่างกาย ทั้งหมดจะได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มรูปแบบ หรือ อาจได้รับการสนับสนุนเพื่อลดค่าใช้จ่าย 3 – 30 ดอลลาร์ ในกรณีที่ต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลและการไปพบแพทย์ตามคลินิก ประกันสุขภาพก็จะทำหน้าที่คุ้มครองค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
 
เป็นข้อมูลที่จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ ว่าหลักสูตรไหนเหมาะกับผู้เรียน
เปรียบเทียบระหว่าง NCEA และ IGCSE

รายละเอียด

นิวซีแลนด์ (NCEA)

อังกฤษ ( IGCSE + A/AS Level )

รายวิชา

      –         เลือกวิชาเรียนได้ตามความถนัด              

      –         มีรายวิชาบังคับคือคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ

      –        มากกว่า 40 รายวิชา

      –         มีรายวิชาบังคับคือคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ

การแบ่งระดับความยาก-ง่ายของเนื้อหา

      –         ใน Level เดียวกันจะมีความยาก-ง่ายระดับเดียว

      –         ความยาก-ง่ายเพิ่มขึ้นตาม Level ที่สูงขึ้น

      –         ข้อสอบมีความยาก-ง่ายให้เลือก

แบ่งเป็นระดับ Core (เกรดสูงสุดที่ได้คือ C) และ Extended (เกรดสูงสุดคือ A)

การเรียน

 

      –         เรียนในโรงเรียนเท่านั้น

      –         สามารถเรียนได้ทั้งในโรงเรียนที่มีการใช้ระบบอังกฤษ และสามารถเรียนเองแบบ Home School ได้

รูปแบบข้อสอบ

 

      –         เขียนตอบหรือเติมคำ

      –         เขียนตอบหรือเติมคำ

การจัดสอบ

      –         ปีละ 1 ครั้งในช่วงปลายปี เป็นเหมือนการสอบปลายภาค

 

      –         มีการจัดสอบปีละ 2 ครั้ง คือในช่วงเดือนพ.ค. และช่วงพฤศจิกายนของทุกปี

ลักษณะการสอบและผลคะแนน

      –         ในรายวิชาหนึ่ง หากสอบไม่ผ่านในบางหน่วยกิตก็ไม่ได้ถือว่าไม่ผ่านในรายวิชานั้น เพียงแค่อาจจะได้หน่วยกิตน้อยลง

      –         กรณีคะแนนไม่ผ่านเกณฑ์จะถือว่าเราสอบไม่ผ่านในรายวิชานั้นไปเลย และต้องรอสอบรายวิชานั้นใหม่อีกครั้งในรอบสอบถัดไป

คุณสมบัติการเทียบวุฒิ ม.6 ในประเทศไทย

 

      –         ตามเกณฑ์ของ Level 2 ไม่มีการเรียนอื่น ๆ ต่อเน้นที่จำนวนหน่วยกิต

      –         เน้นที่จำนวนรายวิชา

      –         ต้องสอบ A/AS Level เพิ่มอีก 3 รายวิชา

**Reference: Chula tutor

 หลักสูตร Foundation
เป็นหลักสูตรพื้นฐานเพื่อเตรียมความพร้อมในทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและความรู้ในเชิงวิชาการ เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าเรียนชั้นปีที่ 1 ในระดับมหาวิทยาลัย Top ของ นิวซีแลนด์ได้อย่างดี
ระยะเวลาเรียน ขึ้นกับระดับภาษาแรกเข้า แต่ทุกสถาบันฟาวน์เดชั่นจะไม่มีหลักสูตรทุกแบบ
  o   สอบได้ IELTS 6.0  หรือเทียบเท่า – เรียนหลักสูตร Fast-track/Accelerated ซึ่งใช้เวลาเรียนสั้นที่สุดเพียง 6 เดือน 
o   สอบได้ IELTS 5.5 หรือเทียบเท่า – เรียนหลักสูตร Standard หรือ Standard Plus Foundation ระยะเวลาเรียน 8 เดือน
o   สอบได้ IELTS 5.0 หรือเทียบเท่า – เรียนหลักสูตร Standard Foundation ระยะเวลาเรียน 12 เดือน 
o   สอบได้ IELTS 4.5 หรือเทียบเท่า – เรียน Extended Foundation  ความยาวหลักสูตร 18 เดือน
 หลักสูตรสายอาชีพ (Vocational Program)
การเรียนระดับอาชีวศึกษา เตรียมความพร้อมสำหรับการทำงาน เลือกโปรแกรมเรียนเฉพาะทางสำหรับอาชีพที่เลือก และรับประสบการณ์จริงในการทำงาน เป็นวุฒิการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกสามารถเรียนได้ที่สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลนิวซีแลนด์ เป็นเครือข่ายของสถาบันเทคโนโลยีและโพลีเทคนิค (ITP) 16 แห่งทั่วประเทศนิวซีแลนด์